|
สัตว์ทะเล
2.
พะยูน
เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเล
อยู่ในอันดับไซรีเนีย (Sirenia)
วงศ์ดูกองจิดี้ (Dugongidae)
และในวงศ์นี้มีเพียง 1 สกุล
คือ สกุลดูกอง (Dugong)
และสกุลนี้มีอยู่เพียงชนิดเดียวเท่านั้น
คือ พะยูน (Dugong dugon)
- รูปร่างสัณฐาน
โดยรวมของลำตัวพะยูนนั้นเป็นทรงกระสวย
ค่อนข้างอ้วน หรือป่องตรงกลาง
แต่ป้อมสั้นไม่เพรียวเหมือนปลาโลมา
เนื่องจากส่วนหัวเล็กและสั้น
ช่วงอกและท้องขยายกว้าง
โคนหางคอดเรียวเล็กลง
พะยูนมีช่วงคอที่สามารถขยับได้ทุกทิศทาง
ผิดกับปลาวาฬและแมวน้ำ
แม้ว่าจะมองดูเหมือนกับไม่มีคอก็ตาม
ครีบอกที่มีรูปร่างคล้ายใบพาย
และสามารถเคลื่อนไหวได้รอบทิศทาง
เช่นเดียวกันกับแขนหรือขาหน้าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกชนิดอื่นๆ
ส่วนแพนหางที่แผ่แบนใหญ่ในแนวราบปลายมนโค้งมีรอยบุ๋มเว้าเข้ามาตรงกลาง
ทำให้ดูเหมือนว่าหางไม่มีกระดูกเช่นเดียวกับปลาวาฬ
- ผิวหนัง ของพะยูนหนามาก
และมีขนเป็นเส้นหยาบแข็งกระจัดกระจายอยู่ประปรายเช่นเดียวกับหนังช้าง
แต่ผิวสีไม่เข้มนัก
มักมีสีอ่อนเป็นสีเทาอมชมพูจนถึงสีน้ำตาล
บนหัวอันค่อนข้างกลมเล็กของพะยูนมีรูจมูกอยู่ตอนหน้าเปิดขึ้นด้านบน
จำนวน 1 คู่ มีลักษณะพิเศษ คือ
มีแผ่นหนังที่ใช้ปิดรูจมูก
เพื่อกันน้ำเข้าขณะที่ดำลงใต้น้ำ
และเปิดออกเพื่อหายใจบนผิวน้ำ
ทั้งนี้เพราะพะยูนหายใจด้วยปอด
- ตา
ของพะยูนมีขนาดเล็กและกลม
อยู่ด้านข้างของหัว
ไม่มีหนังตาและขนตา
การมองเห็นของพะยูนจัดว่าไม่ดีนัก
แต่มีอวัยวะทดแทน คือ รูหู
ซึ่งมีขนาดเล็ก ไม่มีใบหู
อยู่ถัดจากตาไปด้านหลัง
สามารถรับเสียงที่ผ่าน
มาจากในน้ำได้อย่างดีมาก
- ช่องปาก
กรามบนและกรามล่างมีฟันกรามรูปทรงกระบอกด้านละ
5-6 ซี่
ซึ่งฟันเหล่านี้ปราศจากเคลือบฟัน
พะยูนเพศผู้จะมีฟันหน้าบนคู่แรก
ซึ่งเป็นฟันที่ใช้ในการกัดและตัดที่งอกยาวออกมามากกว่าพะยูนเพศเมีย
โดยยื่นออกมาประมาณ 6-7
เซนติเมตร
ทำให้ดูคล้ายเขี้ยว
อันอาจเปรียบได้กับคู่งาของช้างพลาย
ทั้งนี้เพราะพะยูนและช้างต่างมีต้นตอการวิวัฒนาการมาจากสายบรรพบุรุษเดียวกัน
และเชื่อกันว่าเขี้ยวคู่นี้มีเอาไว้ให้พะยูนเพศผู้ใช้เกาะยึดหลังพะยูนเพศเมียขณะผสมพันธุ์
ป้องกันการลื่น
ขนาดของพะยูนมีความยาวตั้งแต่
1-4 เมตร และน้ำหนักราว 200-900
กิโลกรัม
ลูกพะยูนเกิดใหม่คาดว่ามีความยาว
1 เมตร
และมีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 60-100
กิโลกรัมถิ่นกำเนิดและอาศัย
พะยูนมีการกระจายอยู่ตามชายฝั่งทะเลที่เป็นเขตร้อนและเขตอบอุ่นของโลก
ได้แก่
มหาสมุทรอินเดียตั้งแต่อัฟริกาตะวันออก
ทะเลแดง อินเดีย ศรีลังกา ไทย
มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ฟิลิปฟินส์
ลงมาถึงมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้
เช่น นิวกีนี
ออสเตรเลียตอนเหนือ
หมู่เกาะโซโลมอน
หมู่เกาะมาร์แชล
และบริเวณตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกที่เคยมีรายงานว่าพบพะยูน
คือ หมู่เกาะริวกิว
รวมถึงชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีน
ซึ่งปรากฎว่าพะยูนเข้าไปปรากฎตัวอาศัยตามแม่น้ำสายต่างๆ
ที่ต่อเนื่องกับทะเลเปิด
พะยูนชอบอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีระดับน้ำค่อนข้างตื้นประมาณ
1-12 เมตร
โดยเข้าหากินตามแนวหญ้าทะเลที่มีความลึกประมาณ
1-3 เมตร
และหลบหลีกศัตรูลงไปที่ความลึกราว
2-7 เมตร
อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลที่พะยูนชอบประมาณ
18-19 องศาเซลเซียส
แต่แม้ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลในเขตร้อนโดยทั่วไปจะประมาณ
25-30 องศาเซลเซียส ก็ตาม
พะยูนยังคงอาศัยอยู่ได้
พะยูนเลือกที่อยู่บริเวณชายฝั่งที่มีน้ำทะเลขุ่นและค่อนข้างสงบปราศจากคลื่นลมรุนแรง
ทั้งนี้เพราะเป็นการง่ายต่อการทรงตัวในน้ำขณะกินหญ้าทะเล

อาหาร
พะยูน
เป็นสัตว์กินพืชโดยกินหญ้าทะเลเป็นอาหารหลัก
จากการศึกษาพบว่า
พะยูนในประเทศไทยชอบกินหญ้าทะเล
3 ชนิด คือ หญ้าทะเลใบกลม (Halophila
ovalis) หญ้าเต่า (Thalassia hemprichii)
หญ้าชะเงาใบสีน้ำตาล (Cymodocea rotundata)
แต่มีรายงานว่า
ในมหาสมุทรแปซิฟิกบางแห่งพบว่า
พะยูนกินหอยขนาดเล็กบ้างแต่ไม่มากนักและไม่ใช่อาหารหลัก
เข้าใจว่าคงปะปนไปกับหญ้าทะเลที่กำลังถูกพะยูุนกัดกินอยู่ตามพื้นทะเลนั่นเอง
พะยูนดำน้ำลงกินหญ้าทะเล
และจะโผล่ขึ้นมาหายใจทุก 1-3
นาที
โดยใช้เวลาหายใจบนผิวน้ำสั้นมากเพียง
2-3 วินาทีต่อครั้ง
พะยูนออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน
โดยจะใช้เวลาหากินวันละ 15-20
ชั่วโมง
เพื่อให้ได้ปริมาณอาหารประมาณ
25-30 กิโลกรัมต่อวัน
การกินหญ้าทะเลของพะยูนกระทำโดยการใช้ริมฝีปากที่หนาและแข็งแรง
ดุนกินลำต้นหรือหัวของหญ้าทะเล
ซึ่งฝังอยู่ใต้พื้นทรายเช่นเดียวกับการขุดหรือดุนหาอาหารของหมู
จึงทำให้พะยูนมีชื่อไทยอีกชื่อหนึ่งว่า
"หมูน้ำ"
และด้วยพฤติกรรมการกินหญ้าเหมือนวัว
จึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Sea
cow" การสืบพันธุ์
พะยูนไม่มีฤดูกาลสืบพันธุ์ที่แน่นอน
วัยเจริญพันธุ์หรือความพร้อมเพื่อสืบพันธุ์อยู่ในราว
8-18 ปี
เมื่อพะยูนทั้งเพศผู้และเพศเมียผสมพันธุ์กันแล้วจะใช้เวลาตั้งท้อง
11 เดือน (บางรายงาน 13-15 เดือน)
โดยปกติแล้ว
แม่พะยูนให้กำเนิดลูกครั้งละ
1 ตัว
แต่ก็มีบางครั้งที่ออกเป็นลูกแฝด
ลูกพะยูนจะอยู่กับแม่เพื่อกินนมเป็นเวลา
2 ปีจึงหย่านม
ซึ่งตลอดระยะเวลาพะยูนตัวที่เป็นพ่อจะยังคงช่วยเลี้ยงลูกด้วย
แต่ก็มีรายงานส่วนหนึ่งกล่าวว่า
พะยูนเพศผู้มักไม่ช่วยเลี้ยงลูกเพียงแต่ทำหน้าที่ผสมพันธุ์แล้วก็แยกย้ายกันไป
พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหรือออกลูกเป็นตัว
จึงมีระบบรกเพื่อช่วยส่งเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อนในมดลูก
แต่เนื่องจากความที่ต้องอาศัยอยู่ในน้ำ
ทำให้มีวิวัฒนาการของรกเป็นแบบไม่หลุดออก
(Nondeciduous placental)
เพื่อป้องกันมิให้เสียเลือดออกไปมากขณะคลอดลูกในน้ำ
อีกทั้งการแข็งตัวของเลือดเป็นไปอย่างรวดเร็วมากเพื่อช่วยป้องกันการเสียเลือดอีกทางหนึ่ง
ลูกอ่อนที่ออกมาจะเกาะดูดนมจากเต้านมของแม่
ตรงตำแหน่งหน้าอกใต้ครีบอกทั้งสองข้าง
โดยแม่พะยูนอาจว่ายน้ำเอียงตัวให้ก่อนพร้อมทั้งใช้ครีบอกช่วยพยุงประคองลูกอ่อนไว้
จนเมื่อลูกแข็งแรงสามารถดูดนมได้เองจากด้านล่างขณะว่ายน้ำ
ตลอดช่วงอายุของพะยูนเพศเมียซึ่งยืนยาวกว่า
50-55 ปีนั้น
สามารถให้ลูกได้เพียง 5-6 ตัว
และนี่คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พะยูนใกล้สูญพันธุ์ง่ายขึ้น
พฤติกรรมอื่น ๆ
พะยูนสามารถซ่อนเร้นแฝงตัวในแนวหญ้าทะเลได้ด้วย
การลอยตัวสงบนิ่ง
โผล่เพียงรูจมูกทั้งคู่ที่อยู่ในตำแหน่งด้านบนขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำ
โดยมิต้องโผล่ขึ้นมาหายใจทั้งหัวหรือทั้งตัวเลย
อีกทั้งผิวสีเทาที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมทำให้ศัตรูมิอาจเห็นพะยูนได้ชัดเจนนัก
ลูกพะยูนมักว่ายน้ำเกาะหลบอยู่บนหลังแม่เมื่อมีภัยมา
ทั้งนี้เพราะภัยส่วนใหญ่มาจากทางด้านล่าง
เช่น การโจมตีของฉลาม
|