|
ปูจักจั่น
(Ranina vanima)
วงศ์
รานินีดี้ (Family Raninidae)
ภาษาอังกฤษ
เรียก ว่า Red Frog Crab, Spanner Crab
หรือ Kona Crab
ถิ่นที่อยู่ตั้งแต่หมู่เกาะฮาวายญี่ปุ่น
ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ไทย
จนไปถึงหมู่ เกาะอินโดนีเซีย และ
แอฟริกาตะวันออก
ลักษณะทั่วไปพบว่า มีกระดองทรงรีรูปไข่กว้างทางด้านข้างขอบกระดอง ด้านหน้ามีหนามแหลม เป็นกลุ่มจำนวน 7 กลุ่ม กลุ่มละ 3 อัน ด้าน บนมีหนามแหลมแข็งขนาดเล็ก
ปลายหนามชี้ไปทางส่วนหัว
ปกคลุมทั่วไป มีก้านตายาว และตั้งขึ้นสามารถพับเก็บลงในร่องทางด้านหน้าไต้กระดองตากระเปาะทรงรีอยู่ปลายก้านตา มีหนวด 2 คู่ ขนาดเล็กสั้นหนวดข้างหนึ่งแยก 2 เส้น ส่วนอีกคู่หนึ่งมีฐานเป็นแผ่นแข็งมีขนขึ้นโดยรอบ รยางค์ปาก มีขนาดใหญ่แข็งแรง ก้ามหนีบขนาดใหญ่ ปลายก้ามหันเข้าหากัน ฟันในส่วน ของก้ามหนีบด้านละ 6-7 อัน มีขาเดิน 4 คู่ สองคู่แรก มีปลายคล้ายใบหอก ส่วนสองคู่หลัง ปลายแบนคล้ายพาย ลักษณะ ลำตัวเป็น ปล้อง 6 ปล้อง ขนาดเล็กต่อจาก ปลายกระดอง ม้วนด้านล่าง
ปล้องสุดท้ายมีแพนหางรูปสามหลี่ยม
ต่อท้ายมี ขาว่ายน้ำ 1 คู่ ลำตัวด้านล่างมีสันนูน (เพศ เมียจะเห็นได้ชัดเจน)มีขาสีน้ำตาลค่อน
ข้างรอบขอบกระดอง เพศผู้จะเห็นชัดเจนลำตัวกับขาเดิน มีสีส้มอมแดงหรือน้ำตาล ส่วนท้องมีสีขาวขอบกระดอง หน้าและหลังสีขาว เช่นเดียวกัน ตามีหลายสี เช่น ดำ เหลือง หรือน้ำตาลก้านตา สีขาวขนาดมาตรฐานของ ปูจักจั่นตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมีย ประมาณ 7-14 เซนติเมตร ตัวเมียประมาณ 5-8 เซนติเมตร แหล่งที่อยู่อาศัยชอบหมกตัวกับพื้นที่เป็นทรายรอบกองหินหรือแนวหินใต้น้ำระดับน้ำลึกประมาณ 60 เมตร
กลุ่มชาวประมงบ้านทับละมุ จ.พังงา เล่าถึงประวัติเจ้าปูโบราณนี้ว่านานมาแล้ว ชั่วลูกชั่วหลาน ชาวประมงมักเรียกชื่อกันตามแหล่ง ที่พบว่า ปูโบราณ ปูกบ ปูสิมิลัน ปูจักจั่น หรือ จักจั่นยักษ์ เพราะพบมากบริเวณ "ดอนจักจั่น" ตอนใต้ของหมู่ เกาะสิมิลันและมีทั่วไปตามหมู่เกาะสุรินทร์เกาะราชาในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
แม้ว่าปูจักจั่นนี้จัดว่า เป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ ทางฝั่งทะเลอันดามัน แต่ผลจากการระดมเรือประมงออก จับปูจักจั่นเพื่อส่งขายต่างประเทศ เพราะรายได้ที่งดงามมาก ผลปรากฏว่า ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2540 ถึงปัจจุบัน มีการจับปูจักจั่นนี้ไปแล้วไม่ต่ำ กว่า 100,000 กิโลกรัมจนน่าวิตกว่าจะมีผลกระทบตต่อทรัพยากร
ชนิดนี้ในอนาคต
|